QR Box แบบ SMS vs In-App ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนดี

QR Box ทั้ง 2 แบบช่วยพูดยอดเงินเข้าเหมือนกัน 🔊 แต่ต่างกันที่แหล่งแจ้งเตือน ความเร็ว ค่า SMS จากธนาคาร และการใช้มือถือ Android มาดูกันแบบง่าย ๆ ว่าแบบไหนเหมาะกับร้าน

เทียบกันง่าย ๆ 📩 SMS vs 📱 แอป

📩 รับแจ้งเตือนจากไหน?

SMS: รับจาก SMS ของธนาคาร | แอป: รับจากแอปร้านค้าธนาคาร

⚡ เร็วแค่ไหน?

SMS: โดยเฉลี่ย 5–10 วินาที | แอป: โดยเฉลี่ย 1–3 วินาที

💸 มีค่า SMS จากธนาคารไหม?

SMS: ประมาณ 20–35 บาท/เดือน | แอป: 0 บาท/เดือน

📱 ต้องใช้มือถือ Android ไหม?

SMS: ไม่ต้อง | แอป: ต้องใช้

🔊 QR Box พูดยอดเงินไหม?

SMS: พูดได้ | แอป: พูดได้

🏪 เหมาะกับร้านแบบไหน?

SMS: ร้านที่มีรายการรับไม่มาก รายการรับไม่ถี่ | แอป: ร้านที่มีรายการรับบ่อย และใช้แอปร้านค้าธนาคาร

QR Box แบบ SMS และแบบ แอป มีเป้าหมายเหมือนกัน คือช่วยพูดยอดเงินเข้าให้ร้านได้ยิน 🔊 จุดที่ต่างกันหลัก ๆ คือ “ข้อมูลแจ้งเตือนมาจากไหน” 📩 แบบ SMS รับแจ้งเตือนจาก SMS ของธนาคาร ไม่ต้องใช้มือถือ Android เหมาะกับร้านที่มีรายการรับไม่มากหรือรับเงินไม่ถี่ 📱 แบบ In-App รับแจ้งเตือนจากแอปร้านค้าธนาคารผ่าน Connect Hub Merchant Manager จึงต้องใช้มือถือ Android เหมาะกับร้านที่มีรายการรับบ่อยและใช้แอปร้านค้าธนาคาร อีกจุดที่เห็นความต่างชัดคือความเร็วและค่าบริการแจ้งเตือนจากธนาคาร แบบ SMS โดยเฉลี่ยประมาณ 5–10 วินาที และมีค่าบริการ SMS จากธนาคารประมาณ 20–35 บาท/เดือน ส่วนแบบ In-App โดยเฉลี่ยประมาณ 1–3 วินาที และไม่มีค่าบริการ SMS จากธนาคาร 🎉 ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน QR Box ก็ช่วยพูดยอดเงินเข้าให้ร้านได้ยินเหมือนกัน ความต่างจึงอยู่ที่ว่า “ร้านของคุณเหมาะกับวิธีรับแจ้งเตือนแบบไหนมากกว่า?”